João Félix คือชื่อที่แฟนบอลทั่วโลกเคยยกให้เป็นดาวรุ่งพันล้าน ก่อนจะหายไปจากหน้าข่าวอยู่พักใหญ่ แล้วกลับมาผงาดอีกครั้งในเสื้อ Al-Nassr เคียงข้าง Cristiano Ronaldo เจ้าของชื่อเต็มว่า ฌูเวา แฟลิกส์ เซไกรา กองหน้าตัวรุกทีมชาติโปรตุเกสวัย 26 ปี ที่เพิ่งคว้าแชมป์ซาอุดี โปร ลีก พร้อมรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลไปครองแบบเบ็ดเสร็จ

ประวัติ João Félix ดาวรุ่งพันล้านจากเมืองวีเซว
ก่อนจะไล่เรียงเส้นทางที่ขึ้นสุดลงสุดของเขา ขอเปิดข้อมูลพื้นฐานให้แฟนบอลได้ดูกันก่อน
| ชื่อจริง | João Félix Sequeira |
| ชื่อที่แฟนบอลเรียก | ฌูเวา แฟลิกส์ |
| วันเกิด / อายุ | 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 (อายุ 26 ปี) |
| บ้านเกิด | เมืองวีเซว ประเทศโปรตุเกส |
| สัญชาติ | โปรตุเกส |
| ส่วนสูง | 1.81 เมตร |
| ตำแหน่ง | กองหน้าตัวรุก เล่นได้ทั้งตัวจบสกอร์และตัวทำเกม |
| สโมสรปัจจุบัน | Al-Nassr ซาอุดีอาระเบีย |
| เบอร์เสื้อ | 79 |
| ทีมชาติโปรตุเกส | ลงสนาม 57 นัด ยิงได้ 12 ลูก |
| ค่าตัวสูงสุดในอาชีพ | 126 ล้านยูโร ตอนไปอยู่กรุงมาดริดเมื่อปี 2019 |
| Username Instagram | joaofelix79 |
| Username Facebook | joaofelix7official |
| ผู้ติดตาม Instagram | กว่า 13 ล้านคน |
| ผู้ติดตาม Facebook | กว่า 4.5 ล้านคน |
| แบรนด์ที่ร่วมงาน | Mizuno Football |
| ฐานชีวิตปัจจุบัน | กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย |
เด็กเมืองเล็กที่เบนฟิกาปั้นจนโลกจำ
เส้นทางของเขาเริ่มจากอะคาเดมีของ Benfica ที่รับเข้ามาตอนเป็นวัยรุ่น หลังไต่ผ่านทีมสำรองมา 30 นัด เจ้าตัวถูกดันขึ้นชุดใหญ่ในฤดูกาล 2018/19 แล้วระเบิดฟอร์มทันทีด้วย 15 ประตูจาก 26 นัด พร้อมพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ Primeira Liga

ปีนั้นเขากวาดรางวัล Golden Boy ซึ่งมอบให้ดาวรุ่งยอดเยี่ยมที่สุดในยุโรป และกลายเป็นชื่อที่ทุกสโมสรยักษ์ใหญ่จับตาพร้อมกันทั้งทวีป
ดีล 126 ล้านยูโร ที่เขย่าตลาดนักเตะทั้งวงการ
เดือนกรกฎาคม 2019 Atletico Madrid ทุ่ม 126 ล้านยูโร คว้าตัวเขาไปตอนอายุเพียง 19 ปี ตัวเลขนั้นทำให้เขาเป็นนักเตะที่แพงที่สุดอันดับสี่ในประวัติศาสตร์ ณ เวลานั้น และเป็นค่าตัวสูงสุดที่เคยจ่ายให้นักเตะวัยรุ่นคนหนึ่ง
ห้าปีที่กรุงมาดริดเขาลงสนาม 96 นัด ทำได้ 25 ประตู คว้าแชมป์ลาลีกาฤดูกาล 2020/21 และได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของสโมสรในปี 2021/22 แต่ตัวเลขเหล่านั้นก็ยังห่างจากความคาดหวังที่มาพร้อมป้ายราคาระดับนั้น

ช่วงเร่ร่อน เชลซี บาร์เซโลนา และมิลาน
ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา ชื่อของเขาวนอยู่ในข่าวยืมตัวแทบทุกตลาด เริ่มจาก Chelsea ครึ่งฤดูกาลแรก ตามด้วยหนึ่งปีเต็มที่ Barcelona แล้วกลับไปลอนดอนอีกรอบ ก่อนปิดท้ายด้วยการยืมตัวไป AC Milan
รวมสามสโมสรนั้นเขาลงสนาม 73 นัด ยิงได้ 14 ลูก ตัวเลขที่ไม่ถึงกับแย่แต่ก็ไม่มีที่ไหนกลายเป็นบ้านถาวร สิ่งที่ได้ติดมือกลับมาคือแชมป์ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก ฤดูกาล 2024/25 กับเชลซี

รีเบิร์ธที่ริยาด ฤดูกาลที่ทุกอย่างกลับมาเข้าที่
ปลายเดือนกรกฎาคม 2025 Al-Nassr จ่าย 30 ล้านยูโรพาเขาไปซาอุดีอาระเบีย ตอนนั้นหลายคนมองว่าเป็นการปิดฉากอาชีพในยุโรปของดาวรุ่งที่ไปไม่ถึงฝัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงข้าม
ฤดูกาลแรกในเสื้อสีเหลืองน้ำเงินเขาลงสนาม 34 นัด ยิงไป 21 ประตู พาทีมคว้าแชมป์ ซาอุดี โปร ลีก 2025/26 และคว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล ของลีกไปครอง กลายเป็นปีที่ดีที่สุดในอาชีพนับตั้งแต่ออกจากเบนฟิกา

สิ่งที่คนพูดถึงไม่แพ้ตัวเลขคือการได้เล่นเคียงข้าง Cristiano Ronaldo รุ่นพี่ร่วมชาติที่อยู่กับสโมสรมาก่อน คู่หูโปรตุเกสในแนวรุกกลายเป็นจุดขายที่ทำให้ลีกซาอุฯ ถูกจับตาจากแฟนบอลเอเชียมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
รางวัลและความสำเร็จที่สะสมมา
- Golden Boy ปี 2019 รางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมที่สุดของยุโรป
- นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกซาอุดีอาระเบีย ฤดูกาลล่าสุด
- แชมป์ลีกสูงสุดซาอุดีอาระเบีย ฤดูกาล 2025/26 กับ Al-Nassr
- แชมป์ลาลีกา สเปน ฤดูกาล 2020/21 กับ Atletico Madrid
- แชมป์ UEFA Conference League ฤดูกาล 2024/25 กับ Chelsea
- แชมป์ Primeira Liga ฤดูกาล 2018/19 กับ Benfica
- UEFA Nations League สองสมัยกับทีมชาติโปรตุเกส ปี 2019 กับ 2025
- นักเตะยอดเยี่ยมของต้นสังกัดกรุงมาดริด ประจำปี 2021/22

เสน่ห์นอกสนามที่ทำให้แฟนคลับตามติด
นอกเวลางานเขาเป็นสายไลฟ์สไตล์เต็มตัว ฟีดของเจ้าตัวสลับระหว่างภาพในสนามซ้อม ทริปทะเลช่วงปิดฤดูกาล และภาพแฟชั่นที่ถ่ายจริงจังเหมือนนิตยสารผู้ชาย บุคลิกเงียบ ๆ แต่แต่งตัวจัดจ้านทำให้เขามีฐานแฟนคลับที่ตามเพราะสไตล์ ไม่ใช่แค่ผลงานลูกหนัง
ปัจจุบันเจ้าตัวปักหลักอยู่กรุงริยาด ตามที่ระบุไว้ในโปรไฟล์ของตัวเอง และเป็นพรีเซ็นเตอร์รองเท้าสตั๊ดของ Mizuno Football ซึ่งเป็นแบรนด์ที่แฟนบอลเอเชียคุ้นเคยดี

สำหรับคอบอลที่ชอบตามนักเตะสายนี้ ลองอ่านโปรไฟล์ มัตติน เออเดอโกร์ อีกคนที่แจ้งเกิดตั้งแต่วัยรุ่นเหมือนกัน หรือตามข่าวลูกหนังยุโรปแบบครบทุกลีกได้ที่หมวด ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ ของกองเชียร์
ช่องทางการติดตาม
ใครที่ไม่อยากพลาดภาพและคลิปจากเจ้าตัว ตามไปกดติดตามได้ที่บัญชีทางการเหล่านี้
INSTAGRAM joaofelix79
FACEBOOK joaofelix7official

คำถามที่คนค้นหาบ่อยเกี่ยวกับ João Félix
1. ตอนนี้เล่นให้สโมสรไหน ใส่เสื้อเบอร์อะไร?
เจ้าตัวอยู่กับ Al-Nassr ในซาอุดีอาระเบียตั้งแต่กลางปี 2025 สวมเสื้อเบอร์ 79
2. ค่าตัว 126 ล้านยูโร แพงขนาดไหน?
ตอนย้ายจากเบนฟิกาไปมาดริดเมื่อปี 2019 ตัวเลขนั้นทำให้เขาแพงเป็นอันดับสี่ในประวัติศาสตร์ลูกหนัง และเป็นค่าตัวสูงสุดที่เคยจ่ายให้นักเตะวัยรุ่น ทั้งที่ตอนนั้นอายุเพียง 19 ปี
3. ฤดูกาลแรกที่ซาอุฯ ทำผลงานยังไง?
ลงสนาม 34 นัด ยิง 21 ประตู พาทีมคว้าแชมป์ลีก และคว้ารางวัลนักเตะแห่งปีไปครอง
4. เคยอยู่สโมสรไหนมาบ้าง?
เริ่มจาก Benfica แล้วย้ายไป Atletico Madrid ระหว่างนั้นถูกยืมตัวไป Chelsea, Barcelona และ AC Milan ก่อนย้ายมา Al-Nassr
5. ได้เล่นกับโรนัลโดจริงไหม?
จริง ทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมสโมสรที่ Al-Nassr และเป็นเพื่อนร่วมทีมชาติโปรตุเกสด้วย
6. ติดตามเจ้าตัวได้ทางไหนบ้าง?
ตามได้ทาง Instagram บัญชี joaofelix79 และเพจ Facebook ทางการ joaofelix7official
สรุปดาวรุ่งพันล้านที่หาทางกลับมาได้
เรื่องราวของเขาน่าสนใจตรงที่ไม่ได้ราบรื่นเลยหลังจากป้ายราคาระดับสถิติ ห้าปีในยุโรปที่ถูกยืมตัวไปมาสามสโมสรทำให้หลายคนเขียนเขาทิ้งไปแล้ว แต่ฤดูกาลเดียวที่ริยาดกลับพลิกทุกอย่างด้วยแชมป์ลีกและรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม สำหรับแฟนบอลที่อยากตามดูว่าเขาจะไปได้ไกลแค่ไหนต่อจากนี้ ตามไปกด Follow บัญชีทางการของเจ้าตัวไว้ได้เลย
อัลบั้มรูป João Félix
รวมภาพ ฌูเวา แฟลิกส์ จากเพจเฟซบุ๊กทางการ ทั้งจังหวะลงสนามในชุด Atletico Madrid ทีมชาติโปรตุเกส และช่วงเวลานอกสนาม
เครดิตภาพประกอบ: ภาพจากเพจเฟซบุ๊กทางการของ João Félix
